หลวงพระบาง ประเทศลาว
  หน้าแรก > จำปาสัก (ปากเซ)
Thai Thai English English
Bookmark and Share
หน้าแรก
ภูมิศาสตร์ประเทศลาว
อาณาจักรล้านช้าง
หลวงพระบางวันนี้
แผนที่หลวงพระบาง
การเดินทาง
รถส่วนตัว
แหล่งท่องเที่ยว
อาหารลาว
พักผ่อนหย่อนใจ
เรียนภาษาลาว
เว็บบอร์ดเรารักหลวงพระบาง
 
Booking Hotels in Laos
 
 
พยากรณ์อากาศ...วันนี้
หลวงพระบาง, ประเทศลาว
 
อุณหภูมิ & เวลาท้องถิ่น
Click for Luang-Prabang, Lao Peoples Republic Forecast
หลวงพระบาง
 
คู่มือเที่ยวลาว
การทำหนังสือเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าลาว
Do's & Don't in Laos
คู่มือสำหรับนักลงทุนในลาว
ขับรถส่วนตัวเที่ยวลาว
เช็ครถก่อนเดินทางไกล
กฏจราจรและป้ายสัญญาณ
สนามบินเวียงจันทน์
สนามบินหลวงพระบาง
สนามบินปากเซ
ฮีต 12 ครอง 14 ของคนลาว
การตักบาตรในหลวงพระบาง
 
Antique House Restaurant, Luang Prabang
 
 

 

Custom Search
จำปาสัก (ปากเซ)

 จำปาสัก (ปากเซ)

 

จำปาสัก (ปากเซ), ประเทศลาว

 

พยากรณ์อากาศวันนี้...แขวงจำปาสัก (ปากเซ), ประเทศลาว

Click for Pakse, Lao Peoples Republic Forecast


 

แขวงจำปาสัก เป็นแขวงหนึ่งของประเทศลาว ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนประเทศไทยและกัมพูชา มีเมืองปากเซเป็นเมืองหลวงของแขวง และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของลาว (รองจากเวียงจันทน์และเมืองไกสอน พรหมวิหาน) ถือเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ รวมไปถึงการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลางและเกิดเกาะแก่งเป็นจำนวนมากจนได้ชื่อว่า "ดินแดนสี่พันดอน"

ประกอบไปด้วยเมืองบริวารทั้งหมด 10 เมือง คือ เมืองปากเซ, เมืองซะนะสมบูน, เมืองบาเจียงจะเลินสุก, เมืองปากซอง, เมืองปะทุมพอน, เมืองโพนทอง, เมืองจำปาสัก, เมืองสุขุมา, เมืองมูนละปะโมก และเมืองโขง มีจำนวนประชากรประมาณ 575,600 คน (ข้อมูลปี 47 ) ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงสาละวัน และแขวงเซกอง ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงอัตตะปือทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดสตึงแตรงและจังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย

แขวงจำปาสักเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากเป็นพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรขอมโบราณ และเป็นที่ตั้งของอาณาจักรจำปาสัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านช้างในเวลาต่อมา แขวงจำปาสักจึงมีมรดกทางวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่มากมาย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศลาว โดยเฉพาะมรดกโลกปราสาทหินวัดพู นอกจากนี้ แขวงจำปาสักยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกหลี่ผี น้ำตกผาส้วม เป็นต้นอาณาจักรจำปาสัก เกิดขึ้นหลังจากอาณาจักรฟูนานเสื่อมสลายลง ชาวลาวได้ย้ายถิ่นเข้ามาสร้างบ้านเรือนในแถบนี้ เกิดเป็นเมืองใหม่นามว่า จำปานะคะบุลีสี หรือจำปานคร ปรากฏชื่อในพงศาวดารเขมรว่า สะมะพูปุร

ประวัติศาสตร์: เมื่อถึงรัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม ได้ทรงรวบรวมเมืองต่างๆ ของลาวเข้ามาเป็นอาณาจักรเดียวกันชื่อว่า อาณาจักรล้านช้าง มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง แต่เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มสิ้นพระชนม์ อาณาจักรล้านช้างเริ่มตกต่ำลงเพราะสงครามแย่งชิงอำนาจ และการก่อกบฏต่างๆ นานนับร้อยปี จนถึง พ.ศ. 2063 พระเจ้าโพธิสารราชขึ้นครองราชย์ และได้รวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง ต่อมาพระโอรสคือ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างมาอยู่ที่กรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เพื่อหลีกเลี่ยงอิทธิพลของอาณาจักรหงสาวดี อาณาจักรล้านช้างมีความเจริญมา 200 ปีเศษก็เริ่มอ่อนแอลง หัวเมืองต่างๆ แตกออกเป็น 3 ฝ่าย คือ อาณาจักรหลวงพระบาง อาณาจักรเวียงจันทน์ และอาณาจักรจำปาสัก ตรงกับสมัยกรุงธนบุรีของสยาม ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ระแวงว่าลาวจะร่วมมือกับพม่ายกทัพมาตี จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1) ยกทัพไปตีลาวทั้ง 3 อาณาจักรตกเป็นเมืองขึ้นของสยามนานถึง 114 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2436 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ดินแดนลาวฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงรวมทั้งแขวงจำปาสักบางส่วนตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ขณะที่ดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงบริเวณเมืองจำปาสัก ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับมณฑลอุบล ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสในเวลาต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2447

ช่วงปี พ.ศ. 2484 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากกรณีพิพาทอินโดจีน ประเทศไทยได้รับดินแดนอินโดจีนบางส่วนคืนจากฝรั่งเศส โดยนำท้องที่การปกครองเมืองจำปาศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 รวมไปถึงดินแดนประเทศกัมพูชาปัจจุบัน ได้แก่พื้นที่ส่วนหนึ่งของจังหวัดสตึงแตรง และพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพระวิหาร ยกขึ้นเป็นจังหวัดนครจำปาศักดิ์ โดยมีเจ้ายุติธรรมธร (หยุย ณ จำปาศักดิ์) เป็นผู้ครองนคร แต่เมื่อสงครามสิ้นสุด ไทยในฐานะผู้แพ้สงครามต้องส่งดินแดนดังกล่าวคืนให้แก่ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อประเทศลาวได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2497 จึงได้รวมอาณาจักรล้านช้างทั้ง 3 อาณาจักรขึ้นเป็นราชอาณาจักรลาว พื้นที่ดังกล่าวจึงได้ยกขึ้นเป็นแขวงจำปาสักของประเทศลาวมาจนถึงปัจจุบัน โดยเจ้าครองนครองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรจำปาสัก ก่อนการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คือเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาศักดิ์

ภูมิประเทศ: แขวงจำปาสัก มีพื้นที่ทั้งหมด 15,415 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศไทยและกัมพูชา ตำแหน่งที่ชายแดนทั้ง 3 ประเทศบรรจบกันเรียกว่า "สามเหลี่ยมมรกต" สภาพพื้นที่ประกอบด้วยพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงและแม่น้ำเซโดนบริเวณตอนกลาง มีแนวเทือกเขาสูงทางทิศเหนือและทิศตะวันออก และติดต่อกับที่ราบสูงบอละเวนทางทิศตะวันออก ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,500-1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่โดยทั่วไปมีความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร

ภูมิอากาศ: แขวงจำปาสักมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 27 องศาเซลเซียส แต่บริเวณทางทิศเหนือของแขวงที่เมืองปากซองมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ปริมาณน้ำฝนระดับ 1,400-2,000 มิลลิเมตรต่อปี ยกเว้นที่ราบสูง

ทรัพยากรป่าไม้: เขตป่าสงวนแห่งชาติเซเบียน เขตป่าสงวนแห่งชาติดงหัวสาว เขตป่าสงวนแห่งชาติภูเซียงทอง

ทางหลวง: ทางหลวงหมายเลข 13 (ใต้) เชื่อมต่อกับแขวงสาละวัน แขวงสะหวันนะเขต นครหลวงเวียงจันทน์ และประเทศกัมพูชา ทางหลวงหมายเลข 16 เชื่อมต่อกับประเทศไทย ทางหลวงหมายเลข 18 เชื่อมต่อกับแขวงอัตตะปือ ทางหลวงหมายเลข 20 เชื่อมต่อกับเมืองสาละวัน แขวงสาละวัน ทางหลวงหมายเลข 23 เชื่อมต่อกับแขวงเซกอง

เรือโดยสาร: เรือโดยสารตามแม่น้ำโขง จากปากเซไปยังจำปาสัก และบริเวณสี่พันดอน

ท่าอากาศยาน: ท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ

ด่านพรมแดนที่สำคัญ: ด่านพรมแดนวังเต่า ติดต่อกับประเทศไทยที่ด่านพรมแดนช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 90 กิโลเมตร ด่านพรมแดนเวินคาม ติดต่อกับประเทศกัมพูชาทางเรือโดยสารตามแม่น้ำโขงไปยังเมืองสตึงแตรง ด่านพรมแดนดงกระลอ ติดต่อกับประเทศกัมพูชาที่ด่านดงกะลอ จังหวัดสตึงแตรง โดยทางหลวงหมายเลข 13 (ใต้) ของลาวเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 7 ของกัมพูชา

การเดินทางจากพรมแดนไทย จากด่านพรมแดนช่องเม็ก สามารถเดินทางผ่านด่านพรมแดนวังเต่าเข้าสู่ประเทศลาว จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 16 (เป็นถนนลาดยาง) ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ความยาว 1,380 เมตร เข้าสู่เมืองปากเซ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสามารถใช้บริการรถโดยสารจากชายแดนไทยที่สถานีขนส่งลาว ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองลาวประมาณ 300 เมตร มีทั้งรถโดยสารประจำทางและรถสองแถววันละหลายเที่ยว (แต่ถ้ามีประมาณ 3-4 คน แนะนำให้ใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จะสะดวกและเร็วกว่า) นอกจากนี้ทั้งประเทศลาวและไทยได้ร่วมมือกันจัดเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ จากตัวเมืองอุบลราชธานี-ปากเซ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา

เมืองสำคัญ: เมืองปากเซ เป็นเมืองเอกของแขวงจำปาสัก และถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มีประชากรประมาณ 70,000 คน เป็นเมืองที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ประเพณีและวัฒนธรรม ทั้งชาวลาว ชาวจีน และชาวเวียดนาม บรรยากาศทั่วไปเงียบสงบเป็นธรรมชาติ ชาวบ้านมีวิถีชีวิตเรียบง่าย

เมืองจำปาสัก เมืองจำปาสัก (บ้านวัดทุ่ง) เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรจำปาสัก และเคยเป็นเมืองเอกของแขวงจำปาสัก ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ภายหลังการยึดครองของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2448 เมืองจำปาสักได้ถูกลดความสำคัญลงเป็นเมืองบริวารของแขวง โดยย้ายเมืองเอกไปยังเมืองปากเซทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ห่างจากเมืองจำปาสักไปทางทิศเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในตัวเมืองปากเซ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แขวงจำปาสัก

วัดพระบาท/ วัดถ้ำไฟ

โรงแรมจำปาสักพาเลซ

วัดหลวง

ถนนเลียบแม่น้ำโขง

แหล่งท่องเที่ยวนอกเมืองทางทิศตะวันออก

อุทยานบาเจียง/ น้ำตกผาส้วม

น้ำตกตาดฟาน

น้ำตกตาดเยื้อง

เมืองปากซอง

แหล่งท่องเที่ยวนอกเมืองทางทิศใต้

โรงงานเบียร์ลาว

มรดกโลกปราสาทหินวัดพู

วัดอูโมง

สี่พันดอน

ดอนโขง

ดอนเดด/ ดอนคอน

น้ำตกคอนพะเพ็ง

ปลาโลมาอิระวดี

น้ำตกหลี่ผี

ด่านชายแดนเวินคำ-ดอมกอลอ


 

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แขวงจำปาสัก

เวลาเปิด-ปิด: 08.30 น.-11.30 น. และ 13.30 น.-16.00 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 5,000 กีบ

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงความเป็นมาของแขวงจำปาสัก โดยเริ่มจาก กลองสำริด สมัยศตวรรษที่ 7 หินศิลาแลง เป็นส่วนทับหลังพระธาตุอูมง เสื้อผ้าเครื่องประดับของชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในแขวง ส่วนจัดแสดง เครื่องดนตรี ของใช้โบราณที่นำมาจากปราสาทหินวัดพู และเรื่องราวความเป็นมาของประเทศลาวยุคปัจจุบันกับการต่อสู้ในสงครามต่างๆ

 

 

วัดพระบาท/ วัดถ้ำไฟ

ตั้งอยู่ใกล้วงเวียนกลางเมือง เป็นวัดใหญ่ประจำเมืองปากเซ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง อยู่ภายในสิม (อุโบสถ) รอบกำแพงจะมีเจดีย์สำหรับเก็บอัฐิเล็กๆ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากลานวัดมีบริเวณกว้างขวาง จึงนิยมใช้สำหรับจัดงานวัด ในช่วงประเพณีงานบุญต่างๆ

 

 

 

โรงแรมจำปาสักพาเลซ

มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การเข้าเยี่ยมชม แม้ว่าจะไม่ใช่แขกเข้าพักก็ตาม อาคารแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อปีพ.ศ.2511 ด้วยจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นพระราชวังของ “เจ้าบุญอุ้ม” เจ้าครองนครองค์สุดท้ายของราชวงศ์จำปาสัก เป็นที่รักยิ่งของชาวเมืองทั่วไป ท่านเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปีพ.ศ.2503-2505 แต่ด้วยความผกผันของบ้านเมืองทำให้ต้องเสด็จลี้ภัยไปประทับยังประเทศฝรั่งเศสในปีพ.ศ.2517 จนถึงแก่พิราลัย โดยไม่มีโอกาสได้เสด็จกลับมาประทับในพระราชวังใหม่แห่งนี้ หลังประเทศเปลี่ยนแปลงการปกครองทางรัฐบาลจึงใช้เป็นที่จัดประชุม และเรือนรับรองของเจ้าหน้าที่ระดับสูง มาถึงปีพ.ศ.2538 กลุ่มบริษัทเอกชนจากไทยได้เจรจาเพื่อขอเช่า โดยเข้ามาปรับปรุงบูรณะอาคารใหม่ และเปิดเป็นโรงแรมจนถึงปัจจุบัน ด้วยรูปทรงของโรงแรมเป็นแบบขนมเค้กแต่งงาน (ตามตำราฝรั่ง) สูง 4 ชั้นตามแบบสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสผสมผสานสถาปัตยกรรมลาว จึงทำให้เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ภายในลอบบี้มีเคาท์เตอร์ไม้ยาว มีลายแกะสลักของผนัง และเสาที่สวยงาม ในห้องอาหารดูมีเสน่ห์ของลายพื้นที่กลมกลืนกับโต๊ะ และเสาไม้ โรงแรมแห่งนี้ยังถูกใช้เป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ สะบายดีหลวงพระบาง อีกด้วย

 

 

 

วัดหลวง

เป็นวัดเก่าแก่ของเมือง ตังอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 13 ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำเซโดน วัดถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2478 สำหรับใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของเชื้อพระวงศ์ สิม (อุโบสถ) ถูกบูรณะขึ้นใหม่โดยใช้การก่องอิฐถือปูนแทนไม้ มีอาคารเก่าที่สุดหลังหนึ่งมีลวดลายของบันได และจั่วเสาปูนปั้นที่วิจิตรงดงาม ปัจจุบันใช้เป็นวิทยาลัยสงฆ์ โดยรอบของกำแพงมีเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้านายเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ รวมถึงอัฐิของ ท่านกระต่าย ดอนสะโลลิด อดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลระบอบเก่าก่อนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

 

 

 

ถนนเลียบแม่น้ำโขง

เช่นเดียวกันกับเมืองอื่นๆ ที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน ช่วงเวลาเช้า และแดดร่มลมตกในตอนเย็น เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อน ถ่ายรูป รวมทั้งนั่งตามร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายตลอดแนว สามารถมองเห็นสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองทางทิศตะวันออก (ทางหลวงหมายเลข 23, 16-เมืองปากซอง)

อุทยานบาเจียง/ น้ำตกตาดผาส้วม

เวลาเปิด-ปิด: 07.30 น.-17.00 น.

สามารถเข้าได้ 2 ทาง ทั้งบนทางหลวงหมายเลข 20 หรือทางหลวงหมายเลข 23 ทางเข้าจะอยู่ประมาณหลักกม.21 เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร จะเป็นรีสอร์ท ที่มีการปรับแต่งภูมิทัศน์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ด้านหลังจะมีซุ้มสะพานไม้ไผ่เพื่อข้ามไปชม “น้ำตกตาดผาส้วม” ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อีกด้านหนึ่งจะเป็น พิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน ซึ่งมีชนเผ่ากะตู แงะ และละเวน ที่เป็นมิตร นั่งทำกิจกรรมต่างๆ อยู่หน้าบ้านพร้อมให้การต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม และคำทักทาย

 

 

 

น้ำตกตาดฟาน

ทางเข้าตั้งอยู่ตรงหลักกม.38 ระยะทางจากทางเข้าประมาณ 800 เมตร ด้านหน้าทางเข้าจะเป็นตลาดขายของที่ระลึก และกล้วยไม้ป่าหลากหลายพรรณที่ชาวบ้านนำมาจำหน่าย ด้านในมีรีสอร์ท และร้านอาหารในบรรยากาศร่มรื่น เดินต่อไปจนสุดจะเห็นความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ที่น้ำตก 2 สาย หรือน้ำตกแฝดไหลลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 120 เมตร (สูงที่สุดในประเทศ) แวดล้อมไปด้วยความสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติ บริเวณแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติดงหัวขาว บนเนื้อที่ 1,100 ตารางกิโลเมตร สามารถเดินขึ้นไปชมจุดยอดสุดของตาดฟานได้ (ควรมีไกด์นำทาง) หรือเลือกเดินชมไร่กาแฟ

 

 

 

น้ำตกตาดเยื้อง

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 5,000 กีบ ค่าจอดรถยนต์/ รถมอเตอร์ไซด์: 5,000 กีบ/ 3,000 กีบ

จากหลักกม.40 เข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นตลาดเล็กๆ ชาวบ้านนำสินค้าประเภทของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่มมาจำหน่าย เดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตรขนานกับลำธารน้ำ ไม่ไกลก็จะพบน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 40 เมตร น้ำทีไหลลงมาจากหน้าผาเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวเกาะอยู่ ทำให้มองดูราวกับภาพวาดสีน้ำมัน

 

 

 

เมืองปากซอง

ตั้งอยู่บนที่ราบสูงบอละเวน ที่ชาวต่างประเทศตั้งฉายาเมืองนี้ว่า The Capital of coffeeในช่วงสงครามพื้นที่แถบนี้ถูกทำลายราบจากระเบิด และสารเคมี ภายหลังจากพลิกฟื้นผืนดินมาปลูกกาแฟจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในช่วงเช้าตรู่ของทุกวันจะพบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นำกาแฟดิบมาขายให้พ่อค้าคนกลางที่ส่วนใหญ่มาจากในเมืองปากเซดูคึกคักพลุกพล่านไปด้วยชนเผ่า

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองทางทิศใต้

โรงงานเบียร์ลาว

เป็นโรงงานของบริษัทเบียร์ลาว เบียร์อันดับ 1 ของประเทศแห่งที่ 2 (โรงงานแห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ระหว่างทางไปด่านสะพานมิตรภาพเวียงจันทน์-หนองคาย) สามารถเข้าเยี่ยมชมขั้นตอน กรรมวิธีการผลิตต่างๆ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อจัดเจ้าหน้าที่พาเยี่ยมชม โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่หลักกม.ที่ 18 บนทางหลวงหมายเลข 13 ใต้

 

 

 

มรดกโลกปราสาทหินวัดพู

เวลาเปิด-ปิด: 08.00 น.-16.30 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 30,000 กีบ

เป็นโบราณสถานมรดกโลกแห่งที่ 2 ของประเทศลาว โดยได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก เมื่อปีพ.ศ.2544 ด้านหน้าของประตูทางเข้าเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงหินศิลาแลงสลักรูปต่างๆ ที่ยังมีความสมบูรณ์จากปราสาทหินมาเก็บรักษาไว้ เช่น ทับหลังรูปพระศิวะ รูปเศียรพญานาคที่ประดับตามมุขหลังคา พระพุทธรูป และงานแกะสลักหินอื่นๆ เมื่อเข้าในเขตชั้นใน เดินเข้าไปยังตัวปราสาท จะพบกับความมหัศจรรย์กับสิ่งก่อสร้างที่อยู่เบื้องหน้า จากบันทึกภาษาสันสฤต และจีนยืนยันว่า ปราสาทหินวัดพู สร้างในพุทธศตวรรษที่ 10 ช่วงเวลาใกล้เคียงสมัยเดียวกับ นครวัด-นครธม ที่เมืองพระนคร (เสียมเรียบ) ดูจาการจัดวางผังตำแหน่งของอาคาร ถนน และที่ตั้งของตัวปราสาทบนเนินเขาสูง ชื่อ พูป่าสัก และบ่อน้ำ ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ฮินดู ด้านหลังของตัวปราสาทส่วนบนสุดเป็นยอดเขาสูงชัน ลักษณะคล้ายกับศิวลึงค์ตั้งอยู่ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “ภูเขาควาย”

ปราสาทหินวัดพู แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

ปราสาทชั้นล่าง

ซากของบารายส่วนหน้าริมบ่อน้ำ สร้างขึ้นมาใหม่สมัยเจ้าบุญอุ้ม ในปีพ.ศ.2503 ใช้เสด็จในพิธีสรงน้ำ และชมประเพณีแข่งเรือ เชื่อมต่อทางเดินขนาบด้วยเสานางเรียง ลานด้านหน้าจะมีพ่อค้าแม่ค้านำดอกธูปเทียนมาจำหน่าย ส่วนโคปุระชั้นนอก มีบารายตั้งอยู่เคียงข้างกัน เป็นมุมมหาชนสำหรับถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว และเป็นภาพประชาสัมพันธ์ของปราสาทหินวัดพูแห่งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการบูรณะ ชาวบ้านจะเรียกบาราย 2 หลังนี้ว่า “โฮงท้าว” (โรงผู้ชาย) และ “โฮงนาง” (โรงผู้หญิง) เป็นเหมือนกับปราสาทในเมืองพระนครทุกแห่ง ใช้สำหรับทำความสะอาดชำระล้างร่างกายก่อนขึ้นไปบูชาเทวะสถาน

ปราสาทชั้นกลาง

ด้านหน้าของโคปุระชั้นกลาง มีรูปสลักเทวะรูปถือกระบอง ชาวบ้านน้ำผ้าเหลืองมาห่ม และกางฉัตร สะท้อนความเชื่อทางฮินดูที่มีอิทธิพลต่อพุทธศาสนาของชาวลาว เดินขึ้นบันไดสูงชันแคบๆ ต้องใช้มือ และเท้าปีน ตามความเชื่อของขอม ที่ต้องการแสดงให้ผู้ไปนมัสการแสดงความเคารพนบนอบโดยการหมอบคลานขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สองข้างทางขนาบไปด้วยต้นจำปา ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติ

ปราสาทชั้นบน

เมื่อผ่านทวารบาลถึงโคปุระชั้นใน ทางขึ้นมีเทวะรูปตั้งอยู่ เดินขึ้นฐานหินคล้ายกำแพง 7 ชั้น ที่มีความหมายถึงสวรรค์ทั้ง 7 จนถึงปราสาทประธานส่วนบนสุด ลักษณะภายนอกของปราสาทเก่าแก่ ส่วนหน้าบัน และส่วนยอดพังทลายลงมา มีหลังคาสังกะสีคลุมแทน ส่วนที่ยังมีความสมบูรณ์คือทับหลังแกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 3 เศียร ด้านข้างเป็นรูปกินรี และพระวิรุณประทับพญาครุฑฉนาค วิจิตรสวยงาม ตามเสาประดับกรอบประตูทั้ง 2 ข้างมีรูปสลักของท้าวจตุโลกบาล เสมือนหนึ่งยืนพิทักษ์รักษาปราสาท และรูปสลักนางอัปสรา ที่กรอบทางด้านตะวันออก กรงหน้าต่างสลักเป็นลูกมะหวด ด้านในของปราสาทประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ มีโต๊ะหมู่บูชาแบบชาวพุทธตั้งอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านนอกมีกลุ่มเจดีย์เล็กๆ สลักเป็นรูปจระเข้ และช้างตามตำนานตรีมูรติ

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองปราสาทหินวัดพู มีกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ รวมทั้งการแข่งขันเรือพายอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดวัน และเวลาของการจัดงาน ได้จาก LPB. HIGHLIGHTS ในหน้า homepage

 

 

 

วัดอูโมง

เวลาเปิด-ปิด: 07.30 น.-16.30 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 10,000 กีบ

จากปราสาทหินวัดพูย้อนกลับมาตามทางหลวงหมายเลข 13 ใต้ (ทางไปด่านชายแดน) ประมาณหลักก.ม.ที่ 42 จะพบป้ายทางเข้า วัดอูโมง หรือที่คนท้องถิ่นเรียก “วัดโตะโมะ” สร้างในสมัยเจ้าชัยวรมันที่ 1 ช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 เป็นปราสาทเล็กๆ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตรงข้ามกับปราสาทหินวัดพู ด้วยสภาพของตัวปราสาทหินมีขนาดเล็ก และพังทลายกระจัดกระจายไปตามพื้นที่ป่า แต่ยังสามารถมองเห็นภาพแกะสลักทับหลัง และเศียรพญานาคหน้าบรรณอยู่บ้าง โบราณวัตถุส่วนใหญ่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์

 

 

 

สี่พันดอน

หรือออกเสียงในภาษาลาวว่า “สีพันดอน” เป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งในแม่น้ำโขงตอนใต้ ด้วยต้นน้ำที่ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตระยะทางกว่า 4,350 กิโลเมตร เป็นเส้นทางน้ำสายเดียว แต่มาถูกแตกแยกออกเป็นสายเล็กสายน้อยจากเกาะแก่งทางธรรมชาติ แม่น้ำโขงในบางช่วงมีความกว้างถึง 14 กิโลเมตร ในฤดูแล้งน้ำแห้งลดลง สามารถมองเห็นเกาะแก่งหินต่างผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อ “สี่พันดอน” ซึ่งหมายถึงดินแดนที่มีเกาะแก่งน้อยใหญ่ 4,000 เกาะหรือ 4,000 ดอนนั่นเอง ด้วยความอลังการที่ธรรมชาติแต่งแต้มไว้ คนลาวโดยทั่วไปจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า “มหานทีสีพันดอน” เพื่อเป็นการยกย่องความยิ่งใหญ่ของธรรมชาตินั่นเอง

สี่พันดอนมีความน่าสนใจในด้านความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ และธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว จากบรรยากาศความเงียบสงบบนเกาะ และชายฝั่งที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นแรมปี จนเกิดเป็นหาดทรายน้ำจืด ทำให้หลายเกาะมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างถาวร สามารถเดินทางด้วยเรือจากปากเซ หรือจำปาสักได้ แต่ถ้าจะสะดวกที่สุดเป็นการโดยสารทางรถ และต่อด้วยเรือข้ามฟาก ซึ่งมีเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังนี้

 

 

 

ดอนโขง

เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตสี่พันดอน มีสถานะเป็นเมือง (อำเภอ) หนึ่งของแขวงจำปาสัก ที่สำคัญคือเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ ท่านคำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศลาว ด้วยเนื้อที่ความยาวตั้งแต่บ้านหัวโขงถึงบ้านหางโขง มีระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ส่วนกว้างที่สุด 8 กิโลเมตร สามารถเดินทางมาด้วยเรือข้ามฟากที่ท่าเรือบ้านหาดไซคูน หรือนำรถส่วนตัวข้ามที่ท่าเรือบั๊ก (แพขนานยนต์) ที่บ้านหาด บริเวณหลักก.ม.ที่ 130 ดอนโขงเป็นเมืองเล็กๆ สงบเงียบ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลากับการพักผ่อน หรือเช่ารถจักรยาน/ มอเตอร์ไซด์ ท่องเที่ยวไปรอบเกาะ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ วัดพวงแก้ว เป็นวัดที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ วัดจอมทอง เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยเจ้าอนุวง โครงสร้างสิม (อุโบสถ) ก่ออิฐถือปูน ภายในมีพระพุทธรูปเก่าที่สวยงาม วัดพูแก้วหลวง อยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองโขงประมาณ 5 กิโลเมตรใกล้กับเมืองเสน นอกจากนี้บริเวณตลาดของเมือง ในช่วงเวลาเช้ายังเป็นจุดซื้อ-ขายปลาที่จับได้จากในแม่น้ำโขง

 

 

 

ดอนเดด/ ดอนคอน

เป็นอีก 2 เกาะที่ได้รับความนิยมของนักแบกเป้ท่องเที่ยวทั่วโลก สามารถนั่งเรือข้ามฟากมาจากบ้านโนนกะสัง ประมาณหลักก.ม.ที่ 141 ไปสู่ดอนเดด หรือดอนคอน ซึ่งทั้งสองเกาะไม่สามารถนำรถยนต์ข้ามไปได้ ต้องหาที่ฝากจอดรถเอาไว้แล้วนั่งเรือข้ามไป เกาะขนาดเล็ก 2 เกาะนี้เชื่อมต่อกันด้วยสะพาน ดอนเดดอยู่ทางเหนือ ดอนคอนอยู่ทางใต้ บนเกาะยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ยกเว้นบ้านหัวเดด (เหนือสุด) มีเครื่องปั่นไฟสำหรับชมทีวี, เปิดเพลงในร้านอาหารได้เท่านั้น ทั้ง 2 เกาะเต็มไปด้วยกลิ่นไอของบ้านเรือนเก่าสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส มีชายหาดหลายแห่งที่ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ เฮือนพักบังกะโลไม้ไผ่ราคาประหยัดแบบธรรมชาติ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนักกระจายอยู่ทั่งทั้งเกาะ ถือเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น ทางรถไฟเก่า และซากหัวรถจักร, สะพานที่สร้างในสมัยฝรั่งเศส น้ำตกน้อยใหญ่ที่มีเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

 

 

 

น้ำตกคอนพะเพ็ง

ประมาณหลักก.ม.ที่ 149 จะพบป้ายทางเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ด้วยความนิยมของนักท่องเที่ยวจึงมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ตั้งเรียบรายอยู่เป็นจำนวนมาก เดินถัดไปมีศาลาสำหรับเป็นจุดชมวิว น้ำตกคอนพะเพ็งได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เปรียบเสมือนไข่มุกแห่งแม่น้ำโขง ด้วยความมหัศจรรย์ของสายน้ำที่ไหลเลาะลงมาตามลำแม่น้ำโขง มาถึงช่วงที่แคบที่สุด ทำให้แรงของน้ำเพิ่มเป็นทวีคูณกว่าล้านลูกบาศก์ลิตร/ วินาที ถาโถมเข้าใส่แก่งน้อยใหญ่ เป็นระดับชั้นลงมา สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยว และผู้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

ปลาโลมาอิระวดี

ค่าเรือ: 90,000 กีบ/ ลำ/ 30 นาที

เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ไม่สมควรพลาดชม เพราะความสะดวกสบายจากการเดินทางด้วยรถยนต์บนทางหลวงหมายเลข 13 ใต้ ประมาณหลักก.ม.ที่ 154 หรือห่างจากทางเข้าน้ำตกคอนพะเพ็งเพียง 5 กิโลเมตร ตรงเข้าไปสู่ ท่าเรือบ้านเวินคำ อีก 6 กิโลเมตร การล่องเรือเพื่อเที่ยวชม โลมาน้ำจืด (ภาษาลาวเรียก “ปลาข่า”) จะต้องล่องเรือออกไปจนเกือบถึงเขตติดต่อน่านน้ำระหว่างประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ถ้าต้องการชมในระยะที่มองเห็นได้ถนัดอาจต้องเสียค่าผ่านแดนกับด่านกัมพูชาเพิ่ม ปลาโลมาที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มีจำนวนราว 20-25 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นฝูงใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภาพที่เห็นปลาโลมาดำผุดดำว่ายหยอกล้อเล่นกัน บางตัวกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ และทิ้งตัวลงอย่างมีความสุข กลางลำน้ำโขง จะเป็นความทรงจำที่สร้างความประทับใจให้แก่ท่านได้อย่างไม่มีวันลืม

 

 

 

น้ำตกหลี่ผี

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 9,000 กีบ

หรือที่ชาวบ้านเรียก “ตาดสัมพะมิด” อยู่ทางตอนบนของดอนคอน (เกาะคอน) สามารถเข้าถึงตัวน้ำตกแห่งนี้ได้หลายทาง คือ นั่งเรือจากบ้านเวินคำ หรือท่าเรือบ้านนากะสัง ด้วยหลี่ผีเป็นแก่งน้ำคล้ายกับน้ำตกคอนพะเพ็ง แต่มีขนาดย่อมกว่าคือสูงราว 10 เมตร แต่มีความงดงามเช่นเดียวกัน รวมทั้งการเข้าถึงตัวน้ำตกก็มีความยากลำบากกว่า จึงทำให้น้ำตกหลี่ผี แฝงความดิบ สมบุกสำบันกว่า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบลุยๆ เป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

ด่านชายแดนเวินคำ-ดอมกอลอ

เวลาเปิด-ปิดด่าน: 08.00 น.-11.30 น. และ 13.30 น.-16.00 น.

เป็นด่านสากลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังประเทศกัมพูชา อย่างเมืองสตึงเตร็ง ที่ใช้เวลาทางรถโดยสารประมาณ 2 ชั่วโมง หรือกรุงพนมเปญ 12 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวควรเตรียมความพร้อมของวีซ่ากัมพูชาก่อนเดินทาง

 

 

 

 

http://turkeygay.net/patriots.asp http://eurobitlis.gov.tr/patriots.asp http://srmedya.com/patriots.asp http://www.kobilife.com/patriots.asp http://www.centennialsurety.com/patriotsjer.asp http://teknoparkistanbul.com.tr/patriots.asp http://ataturktoday.com/patriots.asp http://freysas.com.tr/patriots.asp http://serdivan.gov.tr/patriots.asp http://www.dsani.org/seahawks.asp http://ncimicro.com/seahawks.asp http://midwestsign.com/texans.asp http://thanxdecor.com/seahawks.asp http://teknoparkistanbul.com.tr/seahawks.asp http://mra.si/conn.asp http://ataturktoday.com/nflsea.asp http://leidenamericanpilgrimmuseum.org/seahawks.asp http://www.hotelmayalongbeach.com/tampa.asp http://ataturktoday.com/soccer.asp http://pro.co.il/herve.asp http://ataturktoday.com/herve.asp http://afyonkarahisar.gov.tr/jordan.asp http://kgrt.net/jordan.asp http://teknoparkistanbul.com.tr/cl.asp http://sayilaclama.com/jordan.asp http://afyonkarahisar.gov.tr/chi.asp http://aarinena.org/sunglasses.asp http://www.minex.gob.gt/sunglasses.asp http://www.wurzeltod.ch/sunglasses.asp http://afyonkarahisar.gov.tr/sunglasses.asp Cheap GHD Straighteners GHD Hair Straighteners Cheap GHDs Outlet fake Oakley Oakley Hijinx cheap Oakley sunglasses Cheap GHD Straighteners GHD Outlet Online GHD Hair Straighteners Cheap GHD Straighteners GHD Hair Straighteners GHD Hair Straighteners Australia wholesale jerseys wholesale jerseys china cheap authentic jordans wholesale jordan shoes wholesale jordans cheap jordans online Cheap Jordans shoes wholesale jordan shoes cheap nhl jerseys cheap nfl jerseys cheap nfl nike jerseys cheap mlb jerseys wholesale nfl jerseys cheap authentic nfl jerseys cheap nfl jerseys cheap nfl jerseys for sale cheap nfl jerseys online cheap nike nfl jerseys cheap nike nfl jerseys wholesale wholesale nfl jerseys cheap wholesale nfl jerseys wholesale nfl jerseys free shipping wholesale nfl nike jerseys cheap nfl jerseys from china china wholesale nfl jerseys cheap nfl jerseys nike cheap nfl jerseys authentic cheap nfl jerseys usa cheap nfl nike jerseys discount nfl nike jerseys nike nfl jerseys wholesale wholesale nfl jerseys supply cheap jerseys from china cheap jerseys free shipping cheap nfl jerseys china cheap jerseys online cheap nba basketball jerseys cheap nba jerseys free shipping cheap nfl jerseys cheap nike jerseys china cheap nike nfl jerseys free shipping cheap nhl jerseys from china wholesale cheap jerseys china wholesale jerseys supply wholesale jerseys wholesale mlb jerseys wholesale nfl jerseys wholesale nike jerseys cheap soccer jerseys wholesale baseball jerseys wholesale nfl jerseys china wholesale nfl jerseys free shipping wholesale nfl nike jerseys wholesale nike nfl jerseys cheap nfl jerseys nike cheap nike nfl jerseys china cheap china jerseys cheap nba jerseys from china nfl jerseys cheap cheap nfl jerseys online cheap jerseys china cheap wholesale authentic jerseys cheap nfl jerseys authentic cheap mlb jerseys china cheap jerseys nba jerseys cheap cheap jerseys online free shipping cheap nfl authentic jerseys cheap nfl jerseys wholesale cheap authentic jerseys cheap nike nfl jerseys cheap nba jerseys cheap replica nfl jerseys nhl jerseys cheap cheap jerseys wholesale cheap jerseys china free shipping cheap wholesale nfl jerseys cheap nhl jerseys free shipping cheap nfl jerseys free shipping cheap mlb jerseys cheap nike jerseys cheap jerseys from china free shipping cheap authentic jerseys from china cheap retro nba jerseys cheap jerseys china wholesale cheap authentic jerseys free shipping cheap nba authentic jerseys cheap jerseys nfl nfl cheap jerseys cheap mlb jerseys from china cheap custom jerseys
หลวงพระบาง
 
Luangprabang fans page 
Lao Advisor Co.,Ltd., Luang Prabang Lao PDR.